iamPhoto's profileอาณาบริเวณ :: ของโฟโต้PhotosBlogLists Tools Help

iamPhoto ePhoton

Occupation
Location
Interests
Right now, I'm suffering with having a short term memory, but I've had a great memory when I was younger than ME.

....Photographing, surfing the internet, running, listening to music, watching movie (especially 1999 movies), hearing people talking are my behaviors. I want to learn more about sciences, history, arts and philosophy, because they're still on the top of my head. Anyway, I'll try.....
รั้วรอบขอบชิด....

อาณาบริเวณ :: ของโฟโต้

June 24

เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น


อัตราค่าใช้จ่ายประจำเดือนสำหรับนักเรียนทุนฯ ในสหรัฐฯ
รัฐนิวยอร์ก เมืองนิวยอร์ก $1,550
ชนะเลิศ!!!

ขอบคุณผู้ดูแลนักเรียนไทย และผู้อนุมัติค่าใช้จ่าย มา ณ โอกาสนี้



June 15

เหนื่อยก็พักลูก



Daughter :: "dad...I am tired"
Dad :: "why don't you rest"




June 14

I try to believe there's so much beauty in the air ???


ตอนแรกกะว่าจะมอบฉาก flying bag ให้ตัวเอง แต่เปลี่ยนใจมอบให้ลิตเติ้ลดีกว่า
 

It was one of those days when it's a minute away from snowing
and there's this electricity in the air, you can almost hear it.
And this bag was, like, dancing with me.
Like a little kid begging me to play with it.
For fifteen minutes. And that's the day
I knew there was this entire life behind things, and...
this incredibly benevolent force, that wanted me to know
there was no reason to be afraid, ever.
Video's a poor excuse, I know. But it helps me remember... and I need to remember...
Sometimes there's so much beauty in the world
I feel like I can't take it, like my heart's going to cave in.
Thanks IMDB for the quot







June 11

A Picture of my Paradise Falls is so vague



ทุกคนต่างก็มี Paradise Falls เป็นของตัวเอง
จะช้าจะเร็วหรือมีอุปสรรคมาขวางก็อย่าพึ่งยอมแพ้ ต้องไปถึงให้ได้นะคะ
อย่าให้แพ้คุณ Carl Frederickson ชายแก่วัย  78 ปีเชียว


แต่เดินทางไป Paradise Falls คนเดียวนี่ไม่สนุกเลย








April 19

ซูซาน สุกกำลังพอดี

from http://susanboyle.co.uk

ถ้าซูซาน บอยล์ (Susan Boyle) สวยมากกว่านี้ อายุน้อยกว่านี้
ไม่มีเสียงที่ไพเราะแบบนี้
และไม่ร้องเพลงนี้ เจ้าของ blog จะไม่มีการเสียน้ำตา
ให้เธอแม้สักครั้ง จาก
การดูและฟังเธอร้องเพลงกว่า 10 รอบ
ส่วนผสมในบนเวทีในค่ำคืนนั้นกลมกล่อมกำลังดี!

อายุ 47 ปีไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการร้องเพลงของเธอแม้แต่น้อย
ขอเพียงแค่มีโอกาสเท่านั้น
เธอตอบคำถามกรรมการ
ด้วยความใสซื่อและถ่อมตัว
ภาพของซูซานที่ปรากฏบนเวที
ทำให้
เธอถูกปรามาสจากคนในห้องส่งว่าเธอคงไม่สามารถ
มาพร้อมกับโชว์ที่ดีได้ นั่นเป็นการตอกยำ้ว่าโลกมนุษย์ของเราทุกวันนี้
ยังมีค่านิยมต่อภาพลักษณ์ภายนอกที่สวยงามค่อนข้างสูง
และเรามักจะตั้งคำถามต่อสิ่งที่ไม่สมบูรณ์แบบ
ซึ่งนำมาสู่การปิดโอกาสของ"โอกาส"อยู่เสมอ

จนกระทั่งซูซานเริ่มร้องเพลง "I dreamed a dream"
ผู้คนทั้งห้องส่งต้องตกตะลึงกับเสียงร้องของที่สุดพิเศษเธอ
นั่นเป็นการตอกยำ้ว่าโลกมนุษย์ของเราทุกวันนี้
ยังพอมีพื้นว่างๆ ที่สำหรับ"โอกาส"ที่ต้องการจะพิสูจน์
และนี่คงเป็นสาเหตุที่ทำให้เรามาพบซูซาน
 
เมื่อพูดถึงในส่วนของเนื้อเพลง
เนื้อเพลงก็ดีจนน่าใจหาย...
หากถอดความโดยรวม ก็อาจกล่าวได้ว่า
เมื่อก่อนนั้นฉันอยู่บนโลกที่มีความฝัน
และฉันก็มีความสุขที่จะใช้ความฝันนั้นอย่างไม่เกรงกลัว
เปรียบได้กับการอยู่ในที่ที่ไม่มีการลงโทษ
เปรียบได้กับการอยู่ในที่ที่ไม่มีเพลงใดที่ไม่เคยถูกร้อง
หรือการอยู่ในที่ที่ไม่มีไวน์ใดที่ไม่เคยถูกชิม

แต่ตอนนี้ความฝันของ
ฉันถูกทำลาย
และแปรเปลี่ยนเป็นเรื่องน่าอับอาย
หากฉันต้องการให้เขาคืนกลับมา...ซึ่งแน่นอนที่สุดว่ามันคือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้
การมีชีวิตอยู่ของฉันทุกวันนี้ คือการฆ่าความฝันของฉันเอง

ป.ล. ลิงค์ข้างล่างเป็นการร้องเพลงรอบ audition ของ
ซูซาน
ในรายการ Britain's got talent 2009

ลิงค์

เสียงชมจากคนอื่นนี่ดังกว่าเสียงที่มาจากตัวเอง ฉันใดก็ฉันนั้นจริงๆ
ขอมอบอีกหนึ่งเสียงแห่งความชื่นชม จากสุพรรษา สู่ ซูซาน
 








April 14

Tylenol 2 เม็ดด่วน


2 วันที่ผ่านมาเสพข่าวเหตุบ้านการเมืองเยอะมาจากหลายสำนัก
ถึงขั้นมึนหัวเพราะต้องนั่งเพ่งจอ laptop ตลอดเวลา
ที่อ่านเยอะขนาดนี้ก็เพราะว่าอยู่ไกลบ้านค่ะ เลยหวังใจลึกๆ ว่า
การอ่าน/ฟังข่าวจากหลายแห่งคงทำให้ความ
บิดเบือนของข้อเท็จจริง
น่าจะบิดเบี้ยวน้อยลง ที่แวะเข้าไปคือ
๑) ผู้จัดการ
๒) ประชาไท
๓) มติชน
๔ ) The Nation
หลังจากสุ่มตัวอย่างสื่อไทยจึงพอทำให้ทราบ
กลุ่มของประชาชนผู้เสพข่าวในแต่ละแหล่งได้ลางๆ

มีสื่อของต่างประเทศอยู่ 4 ที่ ที่ได้ลองเข้าไปเยี่ยมชม
เนื่องจากต้องการทราบว่าเขามองเราอย่างไร
เท่าที่ดูก็เป็นกลางนะคะ เขารู้ไม่เยอะเหมือนฟังต่อมาอีกที
แต่มันเด็ดที่คำถาม ซึ่งตรงไปตรงมาและไม่ยากเลย
ถ้าคุณไม่มีความเชื่อมั่น หรือขาดจุดยืนที่ชัดเจนแล้ว
คุณอาจหงายเงิกกับคำถาม
เรียบๆ ก็เป็นได้
ที่แวะเข้าไปคือ
1) CNN (อเมริกา)
2) New York Times
(นิวยอร์ก มันก็อเมริกานั่นเอง)
3) BBC (อังกฤษ)
4) Aljazeera (กาตาร์, ตะวันออกกลาง)







April 12

การประชุมสุดยอดอาเซียนครั้งที่ 14 ไปไม่ถึงจุดยอดสุด


เห็นโฆษณา ASEAN SUMMIT 2009  แล้วอยากจะร้องไห้...


                  

ภายในเสี้ยววินาที เจ้าของ blog รู้สีกอายเหลือเกินที่การประชุม
ต้องถูกยกเลิกไปเนื่องจากความโกลาหลที่เกิดขึ้นในเมืองไทย

แต่คนที่ต้องแบกรับความอับอายไปเต็มๆ และต้องกล่าวคำว่า
"I am sorry" เป็นสิบๆ ครั้งกับแขกเกรื่อที่มาร่วมงานนั้นน่าเห็นใจจริงๆ ค่ะ
ส่วนราษฏร
อย่างเจ้าของ blog ก็ยังคงขายผักขายปลาต่อไป...ในเขตพระนคร

การเป็นคนนำขบวนรำแบบในคลิปวิดีโอ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะคะ

Mr.Vejjajiva, Thailand Prime Minister
New York Times (photograph by Pornchai Kittawongsakul)


ASEAN  summit 2009
has not been reached the peak
While I saw this video clip, the government campaign
for ASEAN summit 2009, I was sad.

At the first glance, I was embarrassed to my country that had been canceled
the conference due to the fact that the chaotic anti-government protesters
who are supported by the former prime minister Thaksin.

After reconsidering, I had great sympathy to the representative
who carries the pride of the nation, because he might say "I am sorry"
to the guests (The Prime Minister of other countries) several times.

I am the Thai citizen who JUST keep working for
endless tomorrow....this is the only thing I can do.

Sigh! being the dance leader is not so easily.













April 11

หมายเลขที่ท่านเรียกอาจยังสามารถติดต่อได้

วันนี้พยายามนั่งลบชื่อเพื่อนใน contact list บนโทรศัพท์มือถือ
บางคนเราไม่ได้ติดต่อกันนานมาก จนไม่รู้ว่าเขาและเธอเป็นอย่างไรบ้่างแล้ว
แต่ว่าไม่สำเร็จ ดิฉันไม่สามารถลบใครออกไปได้เลย

ดิฉันให้เหตุผลของความล้มเหลวครั้งนี้คงเนื่องมาจาก
ความเชื่อลึกๆ ที่ยังคงมีต่อตัวเลขเกือบ 10 หลัก เหล่านั้น
ว่าคือสัญลักษณ์ของการเชื่อมต่ออันเปราะบางอย่างเดียวที่เรามีต่อกัน








บวก + ลบ = เท่าเดิม

นี่คือเรื่องดี : คนที่ฉันชอบได้เพิ่มจำนวนขึ้น ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าที่รู้จักมานานหรือหน้าใหม่ที่พึ่งจะรู้จัก
ส่วนเรื่องที่ไม่ดีคือ
คนที่ฉันเกลียดก็เพิ่มจำนวนขึ้นเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นหน้าเก่าที่รู้จักมานานหรือหน้าใหม่ที่พึ่งจะรู้จัก
"วันนี้คุณพร้อมที่จะ + ใครหรือยัง
"


ไม่เกี่ยวกับเรื่องข้างบนที่เขียน แค่อยากจะบอกไว้เฉยๆ ว่า
อย่าปิดสนามบินช่วงเดือน กรกฏาคมนะ
อย่าเกลียดกันมากไปกว่านี้นะ








March 20

ฟังเพื่อก่อไฟหรือยัง

เมื่อวานมีโอกาสได้ไปฟังการบรรยาย เรื่อง  "iPS Cells-Perspective and Challenge" 
โดย Dr. Shinya Yamanaka มาค่ะ  นักเรียน นักศึกษา หรือผู้สนใจสามารถเข้าชมได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
เพียงแค่นั่งรถเมล์สาย  M66 คุณก็สามารถไปถึง Caspary  Hall,  Rockefeller University
ที่ตั้งอยู่บนYork Ave  ได้อย่างสบายๆ

ดิฉันทราบข่าวงานนี้จาก Seminars & Events ของ Graduate School of Arts and Sciences
ซึ่งจะมีการเชิญวิทยากรมาเป็นประจำ  สัปดาห์หนึ่งก็หลายสิบท่าน เพื่อผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนมาให้ความรู้
และประสบการณ์ พร้อมกับสอดแทรกเรื่องเล่าสนุกๆ ตามสถาบันการศึกษาต่างๆ บนเกาะแมนฮัทตัน 
ใครสนใจงานของใครก็เลือกชมเลือกฟังกันได้ แต่ที่แน่ๆ งานนี้เจ้าของ blog ได้
แรงบันดาลใจไปเต็มๆ

2-3 ปีที่ผ่านมา แรงบันดาลใจและความคิดสร้างสรรค์หดหายลงไปอย่างมีนัยสำคัญ
เป็นเพราะตัวเองด้วยที่ยังไม่มีเรื่องที่สนใจจริงๆ และการขาดคนที่สามารถโต้ตอบบทสนทนา
ทาง Life Sciences เพื่อให้เกิดการต่อยอดทางความคิด ทำให้อดคิดถึงการคุยกับพี่เจษเสียไม่ได้
ถึงแม้เรื่องที่คุยกันมันออกจะฝันๆ ขาดๆ เกินๆ 
บรรยากาศการสนทนากับพี่เจษ คงไม่ต่างกับบรรยากาศของ
ร้านกาแฟในตอนเช้าที่มีคนจับกลุ่มคุยกันเรื่องการเมืองอย่างออกรสออกชาติ แต่มันไม่ได้หมายความว่า
คนในวงสนทนาจะต้องเข้าไปทำงานการเมืองจริงๆ ลืมบอกไปว่า....
พี่เจษมักจะมาที่มหาวิทยาลัยพร้อมกับ โอรีโอ้ 3 ชิ้น และเนสกาแฟกระป๋องเขียวทุกวัน

การบรรยายเร่ิมขึ้นตอนทุ่มกว่าๆ  และเสร็จสิ้นลงตอนสามทุ่ม บอกได้คำเดียวว่าฉันตัดสินใจไม่ผิดที่เลือกเรียนวิทยาศาสตร์
ขอบคุณวิทยากรที่ทำให้ไฟในตัวเพิ่มขึ้นอีกครั้ง และทำให้ฉันมั่นใจทำในสิ่งที่ดูเพี้ยนๆ ในสายตาคนอื่น
ฉันยังมีความเชื่อเสมอว่าความฉลาดและโอกาสเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เราค้นพบสิ่งที่ธรรมชาติซ่อนไว้
ถ้าสังเกตให้ดีฉันไม่ได้ใช้คำว่า "ค้นพบสิ่งใหม่"  ฉันประทับใจสมัยที่คุณยามานากา ยังเป็นนักศึกษา
เขารายงานผลการทดลองด้วยความซื่อสัตย์ แม้ว่าผลการทดลองที่ได้จะขัดกับสมมุติฐานที่ตั้งไว้ในตอนแรก

พูดถึงความซื่อสัตย์ทำให้คิดถึงเพื่อนอีกคนหนึ่งที่ชื่อ อีริค เราเคยได้มีโอกาสคุยกันครั้งหนึ่ง
คุยกันยังไงไม่รู้แต่มาจบตรงเรื่อง  Temptation
เราคุยถึงเรื่องความซื่อสัตย์ต่อผลการทดลอง
หากเราปรับผลการทดลองจากเลวให้กลายเป็นดี แน่นอนที่สุดผู้ฟังพอใจกับผลการทดลองดีๆ และเราเองก็พอใจ
ที่ใครๆ ต่างก็ชื่นชม แต่เอาเข้าจริงๆ แล้วคนที่แบกรับความไม่สบายใจซึ่งถูกหุ้มด้วยเปลือก
อันหอมหวานของคำชม คือ ตัวเราเอง  มันน่าเจ็บปวดอยู่ไม่น้อยที่เราไม่สามารถมีความสุข
100% กับคำชื่นชมที่ใครๆ มอบให้ได้.....
                             นั่นก็เพราะ
ความสัตย์นั้นไม่มีอยู่จริง

ข้อเท็จจริง ไม่ว่าจะ จริงบวก หรือ จริงลบ คือสิ่งที่เราต้องส่งให้กับคนในรุ่นต่อๆ ไป อย่างซื่อสัตย์
ชื่อของเราที่เขียนลงไป
ในงานทดลองไม่ใช่เพียงเพื่อให้ใครชมว่่าเราดีเราเก่ง หรือเพื่อรอรับแต่ชอบเพียงอย่างเดียว
ชื่อของเราที่ใส่ไว้
ในงานทดลอง ถ้ามองอีกมุมหนึ่ง คือการแสดงถึงความพร้อมที่จะรับผิดและรับชอบพอๆ กัน
                                      "we put our name on it"



 Dr. Shinya Yamanaka (ภาพจาก The New York Times)
การ์ตูนคือวัฒนธรรมของประเทศญี่ปุ่นอย่างแท้จริง ถือเป็นจุดยืนที่เข้มแข็งของคนประเทศนี้ ขอคาราวะอย่างสุดซึ้ง

ลืมบอกไปว่า ทีมวิจัยของคุณยามานากา เป็นผู้ค้นพบวิธีการที่ทำให้ เซลล์ผิวหนัง (somatic cells)
กลายเป็น เซลล์ที่มีคุณสมบัติเหมือนกับเซลล์ต้นกำเนิดของในตัวอ่อน (embryonic stem cells) รายแรกของโลก
โดยการนำ transcription factors 4 ชนิด ใส่เข้าไปใน
เซลล์ผิวหนังของหนู
transcription factors 4 ชนิด คือ Oct3/4, Sox2, Klf4 และ c-Myc










March 16

พ่อ-แม่ โต้ได้โท ใบที่ 2 แล้วนะ


"พ่อ-แม่ โต้ได้ปริญญาโท ใบที่ 2 แล้วนะ "but there's such a long way to go and get Ph.D."

เหลือที่ต้องทำอีกนิดหน่อย...
เรียน course work อีกประมาณ 10 หน่วยกิต
คณิตศาสตร์ อีก 3
หน่วยกิต
doing research
เขียนเรียงความภาษาอังกฤษให้ได้ 10/10 (only international students have to do this)
หยุด depressing...
และหัวเราะชนิดที่เรียกว่า "หัวเราะจนหัวทิ่ม" ให้มากกว่านี้

เร่ิมที่ยิ้มก่อนก็แล้วกัน



เหตุการณ์ที่เซ็กซี่ที่สุดในนิวยอร์ก
    
Start spreading the news, I'm leaving today
I want to be a part of it - new york, new york
These vagabond shoes, are longing to stray
Right through the very heart of it - new york, new york

I wanna wake up in a city, that doesn't sleep
And find I'm king of the hill - top of the heap

These little town blues, are melting away
Ill make a brand new start of it - in old new york
If I can make it there, Ill make it anywhere
Its up to you - new york, new york

New york, new york
I want to wake up in a city, that never sleeps
And find I'm a number one top of the list, king of the hill
A number one

These little town blues, are melting away
I'm gonna make a brand new start of it - in old new york
And if I can make it there, I'm gonna make it anywhere
It up to you - new york new york




March 05

Best postdoc in a Leading Role 2009



อีกหนึ่ง PostDoc ที่ต้องกลับประเทศ แอนนา มาซาโน ชาวอิตาเลียนผู้ที่แสนจะอารม์ดี
และมีมุขฮาตลอด จนอาจารย์ต้องยกให้
แอนนา เป็นบุคคลที่มี magic word

นอกจากมาปฏิบัติภารกิจทางด้านวิชาการแล้ว แอนนา ยังได้เข้าร่วมสังเวียน New York Marathon 2008
เจ้าของ blog เองก็มีความฝันเล็กๆ ว่าอยากวิ่งมาราธอนซักครั้งหนึ่ง
ก่อนกลับประเทศเช่นกัน

กลายเป็นธรรมเนียมของแลปไปโดยปริยาย ที่จะต้องมีการเลี้ยงส่ง
และมอบของที่ระลึกให้กับผู้ที่กำลังจะเดินทางออกจากแลป
และหน้าที่จัดเตรียมของที่ระลึกแบบแฮนด์เมด ก็ได้รับการผูกขาดมาให้ข้าพเจ้าโดยสมบูรณ์

ความสามารถในการทำของที่ระลึกของ
เจ้าของ blog เองนั้นก็ทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ เริ่มจาก
2 มิติ ตอนมอบภาพวาดสีน้ำให้เกรซ
2 มิติครึ่งๆ กลางๆ เมื่อครั้งที่มอบป๊อบอัพการ์ดให้มีเรียม
จนมาถึงชิ้นนี้ เป็น 3 มิติโดยสมบูรณ์ รูปปั้น Best postdoc in a Leading Role 2009

มาเรียนปริญญาเอก Tissue Engineering เน้อ! ไม่ใช่ ที่ระลึกวิทยา (Souvenirology)

 








March 03

กินอย่างไรให้รื่นรมย์

หลังจากมาอยู่อเมริกาได้สักระยะ พฤติกรรมหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไป มีทั้งดีขึ้น และเลวลง
ที่เห็นได้ชัดคือพฤติกรรมการกิน  เดี๋ยวนี้ดิฉันเลิกปอกเปลือกไข่ต้ม ในแบบวิธีที่แม่สอนลูกสาว
ซึ่งได้รับการสืบทอดกันมาจากรุ่นย่ารุ่นยายแล้ว  แทนที่จะนำไข่ที่ต้มเสร็จมาแช่ในน้ำเย็น 
กระเทาะเปลือกไข่ด้วยของแข็งใกล้ตัวจนเปลือกไข่ร้าว แล้วจึงค่อยๆ บรรจงแกะ
อย่าให้เปลือกไข่กินเข้าไปในเนื้อของไข่ขาวมากเกินไป
จากนั้นจัดเรียงไข่ที่ปอกเปลือกแล้วบนจาน

เปล่าเลย!

ดิฉันนำไข่ที่ต้มเสร็จมาแช่น้ำเย็น  จากนั้นใช้มีดฟันฉับ!!ตามแนวยาวของไข่
ถึงขั้นตอนนี้ ไข่ต้มจะถูกผ่าเป็น 2 ซีกอย่างสมมาตร
แล้วจึงใช้ช้อน
จ้วงไข่ครึ่งซีกออกมาวางเรียงบนจาน
ขออนุญาตทวนขั้นตอนอีกรอบ เผื่อใครตามไม่ทัน...
ดิฉันนำไข่ที่ต้มเสร็จ มาแช่น้ำเย็น  จากนั้นใช้มีดฟันฉับ!!ตามแนวยาวของไข่
ถึงขั้นตอนนี้ ไข่ต้มจะถูกผ่าเป็น 2 ซีก
อย่างสมมาตร
แล้วจึงใช้ช้อน
จ้วงไข่ครึ่งซีกออกมาวางเรียงบนจาน




อีกหนึ่งกรณีศึกษา คือการกินมันฝรั่งทอดที่เป็นถุงใหญ่่ๆ  ตามปกติเราจะฉีกถุง
แล้วล้วงหยิบชิ้นมันฝรั่งซึ่งอยู่ลึกมากขึ้นมารับประทาน จากการกะประมาณด้วยสายตา
พบว่ามันฝรั่งทอด คิดเป็น1 ใน  2  ของปริมาตรถุงทั้งหมด เวลาจะกินแต่ละทีต้องเอามือ
บวกท่อนแขน ฝ่าความสูงของถุงลงไปหยิบมันฝรั่งทอด กว่าจะได้สักชิ้นเล่นเอาเศษเกลือ
จำนวนหนึ่งติดท่อนแขนขึ้นมาด้วย พอให้รำคาญรูขุมขนเล่น

ดิฉันจึงจัดการกับบรรจุภัณฑ์ดังภาพ ถึงแม้สิ่งที่อยู่ข้างในคือข้าวโพด
แต่เราสามารถปรับใช้กับมันฝรั่งได้เช่นกัน

ผลก็คือของกรุบกรอบข้างในถุงพร่องเร็วมากจนน่ากลัว





March 01

ชอบ ริค วชิรปิลันธิ์

นักร้อง : ริค วชิรปิลันธิ์
เพลง : เทวี

ริค เป็นนักร้องหญิงคนเดียวในเมืองไทยที่ดิฉันไม่สามารถร้องเพลงของเธอได้
ด้วยเอกลักษณ์ที่มีเสน่ห์ น่าเกรงขาม และทรงพลังของเธอ สิ่งเหล่านี้
ได้สะกดความสับสนในตัวดิฉันให้หยุดนิ่ง

  

การใช้เสียงและการแบ่งพยางค์คำร้องที่แตกต่าง

ทำให้เสียงของเธอได้กลืนและกลายเป็นเครื่องดนตรีอีกชิ้นอย่างน่าอัศจรรย์
ในด้านความล้ำหน้าทางแนวดนตรีต้องยกความดีความชอบให้้คุณสุกี้
เรียกได้ว่างานชิ้นนี้ เบเกอรี่มิวสิค กล้าคิดกล้าลองได้ก่อนใคร



February 22

David and his button v.s. Danny and his money


I already watched "The Curious Case of Benjamin Button" and "Slum Dog Millionaire".
Both movies hit me!!

To night, before an official announcement of the Best Picture 2009,
I secretly salute The Curious Case of Benjamin Button.

In term of dimension and complexity, I do like The Curious Case of Benjamin Button more.
I like the brilliant concept that the couple meet each other at the middle (I am not intentionally spoil you).
My feelings are...
When they meet, there are some boundaries between them.
When they stay apart, there are some bonds between them always.


David Fincher has made my day since 1995 with "Se7en" following by "Fight Club" in 1999.
Ten year later, he did it again in
"The Curious Case of Benjamin Button".


http://www.trailersundone.com


Slum Dog Millionaire is the real entertainment. I cannot leave eyes from the screen even for a second.
It's so catchy and exciting. Color, sound and music are the perfect combination
to make this movie so delicious. Importantly, this movie make me love Indian kids! They ran so fast.

http://blog.muradqureshi.com


Up date: Slumdog Millionaire won the Best Picture 2009